ประวัติศาสตร์ร่วมสมัยยายจรูก บรรพสตรีของชาวทุ่งมน 3

พ.ศ. ๒๓๖๒ (ร.๒)  มีข่าคนหนึ่งชื่อ อ้ายสาเกียดโง้ง ตั้งตัวเป็นผู้วิเศษขึ้นที่เมืองสาลวันทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง รวมรวบสมัครพรรคพวกได้หลายพัน ยกทัพมาตีเมืองนครจำปาศักดิ์ เจ้านครจำปาศักดิ์ (หมาน้อย) สู้ไม่ได้ต้องทิ้งเมืองหนีมา รัชกาลที่ ๒ จึงให้พระยานครราชสีมายกกองทัพออกไปปราบปราม และสั่งเจ้าอนุราชแต่งกองทัพเมืองเวียงจันทน์ ลงมาช่วยปราบปรามด้วยอีกพวกหนึ่ง เจ้าอนุราชจึงให้ราชบุตร (โย้) ซึ่งเป็นบุตรคุมกองทัพ ไปถึงเมืองจำปาศักดิ์ก่อนกองทัพเจ้าพระยานครราชสีมา เจ้าราชบุตรรบชนะพวกขบถจับได้ตัวอ้ายสาเกียดโง้งกับพรรคพวกเป็นอันมาก ส่งเข้ามาถวายยังกรุงเทพฯ เมื่อเสร็จจากการปราบขบถครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งเจ้าราชบุตร (โย้) ให้เป็นเจ้าครองนครจำปาศักดิ์ และทรงไว้วางพระราชหฤทัยในเจ้าอนุ เจ้าอนุจึงมีอำนาจตลอดลำแม่น้ำโขงลงมาจนถึงฝ่ายใต้

พ.ศ. ๒๓๖๒         ทุ่งมนเป็นเส้นทางผ่านและเกณฑ์กำลังพลเป็นทหารไปปรามปรามโจรขบถที่จำปาศักดิ์    กองกำลังนครราชสีมามีกองกำลังช้างจากสุรินทร์ เป็นทัพหน้ายกเข้าปราบปรามจำสำเร็จ

พ.ศ. ๒๓๖๔  (ร.๒)   ตั้งวัดโพธิ์ทอง  ต.กระโพ  อ.ท่าตูม  จ.สุรินทร์  

พ.ศ. ๒๓๖๗             ร.๒  สวรรคต  วันที่ ๒๑ กรกฎาคม  พุทธศักราช  ๒๓๖๗

พ.ศ. ๒๓๖๗ ( ร.๓)   ตั้งวัดนิคมเขต ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๖๘ (ร.๓)   ตั้งวัดแจ้งบูรพา     ตำบลเป็นสุข     จ.สุรินทร์  

พ.ศ. ๒๓๖๙  ( ร.๓)   ทำสนธิสัญญาเบอร์นีกับอังกฤษ

พ.ศ. ๒๓๖๙ (ร.๓)  ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าอนุรุทธราช (เจ้าอนุวงศ์) ผู้ครองนครเวียงจันทน์ ได้ขอครอบครัวลาวที่เมืองสระบุรี ซึ่งถูกกวาดต้อนมาจากเวียงจันทน์ ในคราวสงครามครั้งที่ได้พระพุทธปฏิมากรแก้วมรกต มาประดิษฐานไว้ ณ กรุงธนบุรีนั้น เมื่อไม่ได้ดังประสงค์ก็ก่อการกบฏ โดยยกกองทัพจะลงมาตีกรุงเทพมหานคร  เมื่อเจ้าอนุราชยกกองทัพมาถึงเมืองนครราชสีมา และเข้าโจมตีเมืองนั้น พระยาปลัด (พระยาสุริยเดชวิเศษฤทธิ์ทศทิศวิชัย) ผู้รักษาเมืองไม่อยู่ เพราะไปปราบการจราจลที่เมืองขุขันธ์ กองทหารของเจ้าอนุราชจึงตีเมืองนครราชสีมาได้โดยง่ายและ กวาดต้อนกรมการเมือง ตลอดจนพลเมืองทั้งชายหญิงไปเป็นเชลย เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๓๖๙ ในระหว่างการเดินทางคุณหญิงโมภรรยาพระปลัด ได้คิดอุบายกับกรมการเมือง ให้ชาวบ้านเชื่อฟังทหารผู้ควบคุม แกล้งทำกลัวเกรงและประจบเอาใจ จนทหารของเจ้าอนุตลอดจนเพี้ยรามพิชัย ซึ่งเป็นผู้ควบคุมให้ความไว้วางใจ และพยายามถ่วงเวลาในการเดินทาง แล้วลอบส่งข่าวถึงเจ้าเมืองนครราชสีมา เจ้าพระยากำแหงสงครามรามภักดี (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา) และพระยาปลัด จนกระทั่งเดินทางมาถึงทุ่งสัมฤทธิ์แขวงเมืองพิมาย ได้พักตั้งค่ายค้างคืนอยู่ ณ ที่นั้น คุณหญิงโมได้ออกอุบาย ให้ชาวเมืองนำอาหารและสุรา ไปเลี้ยงดูผู้ควบคุมอย่างเต็มที่ จนทหารต่างก็เมามายไม่ได้สติ หมดความระมัดระวัง พอตกดึกก็พร้อมกันจับอาวุธ ไล่ฆ่าทหารเวียงจันทน์ตายเป็นจำนวนมาก แล้วหาชัยภูมิตั้งมั่นอยู่ ณ ที่นั้น เจ้าอนุทราบข่าวก็ให้เจ้าสุทธิสาร (โป้) บุตรคนใหญ่คุมกำลังทหารเดินเท้าประมาณ ๓,๒๐๐ คน และทหารม้าประมาณ ๔,๐๐๐ คน รีบรุดมาทำการปราบปรามทำการต่อสู้รบกันถึงตลุมบอน แต่คุณหญิงโมก็จัดขบวนทัพ กรมการผู้ใหญ่คุมพลผู้ชาย ตัวคุณหญิงโมคุมพลผู้หญิงออกตี กองทัพพวกเวียงจันทน์แตกยับเยิน พอดีเจ้าอนุราชได้ข่าวว่ากองทัพจากกรุงเทพฯ ยกขึ้นมาช่วยชาวเมืองนครราชสีมา จึงต้องรีบถอนกำลังออกจากเมืองนครราชสีมา    เมื่อวันที่   ๒๓   มีนาคม    ๒๓๖๙        วีรกรรมที่คุณหญิงโมได้ประกอบขึ้นที่ทุ่งสัมฤทธิ์ครั้งนั้น   พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณ หญิงโมดำรงฐานันดรศักดิ์ เป็นท้าวสุรนารี และพระราชทานเครื่องยศทองคำประดับเกียรติ

พ.ศ.  ๒๓๗๐ (ร. ๓)   ทุ่งมนเป็นเส้นทางผ่านของกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพล และเกณฑ์กำลังพลเป็นทหารของกองกำลังเขรป่าดง    กองทัพช้างนำโดย พระยาสุรินทรภักดีศรีไผทสมันต์ ( สุน ) จัดกำลังเป็นทัพหน้าเต็มอัตราศึก ไปปราบกบถอนุราชแห่งเมืองเวียงจันทร์

พ.ศ. ๒๓๗๓ (ร.๓)  ตั้งวัดเลียบ  ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ 

พ.ศ. ๒๓๗๓ (ร.๓)  ตั้งวัดสลักได  ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๗๔ (ร.๓)   ตั้งวัดเพี้ยราม ต.เพี้ยราม  อ.เมือง จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๗๔ (ร.๓)   ตั้งวัดสว่างหนองกา  ต.รัตนบุรี  อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์
พ.ศ. ๒๓๗๕  (ร.๓)  สหรัฐอเมริการเข้ามาทำสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์

พ.ศ. ๒๓๗๖  (ร.๓)  ตั้งวัดศิลาอาสนาราม  ต.สะเดา  อ.บัวเชด  จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๗๖ (ร.๓)  ตั้งวัดสามัคคีศรีบูรพา (ขอนแตก ) ต.ขอนแตก อ.สังขะ จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๘๐  (ร.๓)  ตั้งวัดโพธิ์สว่างโพนครก   ต.โพนครก  อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๘๑ (ร.๓)  ตั้งวัดสว่างบ้านว่าน  ต.บุแกรง อ.จอมพระ  จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๘๖ (ร.๓)   สร้างวัดกลาง  ณ ศรีนครเตา   เมืองรัตนบุรี โดย พระศรีนครชัย (พวน) เจ้าเมืองรัตนบุรี

พ.ศ. ๒๓๘๖ (ร.๓)  ตั้งวัดสว่างหนองบัวทอง   ต. หนองบัวทอง   อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๘๘ (ร.๓)  ตั้งวัดศรัทธาวารี  ต.ไพรขลา  อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๘๙ (ร.๓)  ตั้งวัดหนองบัว (ตระเปียงโชค)  ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๙๐ (ร.๓)   ตั้งวัดปราสาทศิลาราม ต.เฉนียง  อ.เมือง  จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๙๑ (ร.๓)   ตั้งวัดทุ่งสว่าง  ต.เทนนีย์  อ.เมือง จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๙๑  (ร.๓)  ตั้งวัดพิฤกทักษิณ  ต.ตาอ็อง  อ.เมือง จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๙๑  (ร.๓)  ตั้งวัดโพธิ์ชัย   ต. หนองบัว  อ. ท่าตูม   จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๓๙๓  (ร.๓)  เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริการและอังกฤษ

พ.ศ. ๒๓๙๔ ( ร.๔ )  ขึ้นครองราชย์   เมื่อวันพุธ เดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีกุน พ.ศ. ๒๓๙๔ 

พ.ศ. ๒๓๙๖   (ร.๔)     โปรดเกล้าฯ ให้ใช้ "หมาย"   แทนเงินตรา

พ.ศ. ๒๓๙๗  (ร.๔)   ตั้งวัดทรายขาว ต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์  โดยพระตน จากวัดเต่าทอง
พ.ศ. ๒๓๙๘  ( ร. ๔ ) ทำสัญญาสนธิเบาริ่ง กับอังกฤษ เกี่ยวข้องกับการค้าขายระหว่างประเทศ  มีผลทำให้คนต่างชาติเข้าประเทศมากขึ้น ประเทศต้องปรับตัวมาก

( ร.๔ ) เริ่มยกเลิกขนบไพร่บางอย่าง  เช่น ไพร่เริ่มมีสิทธิถวายฎีการ้องทุกข์ต่อพระมหากษัตริย์ และ สามารถเข้าเฝ้าได้

(ร.๔)  ออกกฎบังคับมิให้พ่อแม่และสามีขายลูกและภรรยาของตนลงเป็นทาสโดยเจ้าตัวไม่สมัครใจ  และถ้าบุตรหรือภรรยายอมให้ขายตัวเป็นทาสได้  ค่าตัวที่ตกลงกันนั้นก็ต้องเป็นค่าตัวที่ทาสนั้นยินยอมด้วย

พ.ศ. ๒๓๙๙  ( ร.๔)   ตั้งวัดแจ้งสว่าง (ตากลาง) ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๔๐๒  (ร.๔)  ตั้งวัดประทุมทอง ต.ทุ่งมน  อ.ปราสาท   จ.สุรินทร์

            หลวงพ่อคง สร้างวัดประทุมทอง    ขณะนั้น ตามิง แต่งานกับยายไอแล้ว  มีลูกแล้วด้วย

พ.ศ. ๒๔๐๓ ( ร.๔)    ตั้งโรงงานกษาปณ์ผลิตเงินเหรียญ

พ.ศ. ๒๔๐๕ (ร.๔)   ผลิตเหรียญดีบุก เพื่อใช้แทนเบี้ยแปะ  เหรียญดีบุก มี ๒ ชนิด  คือ  อัฐ และ โสฬส

พ.ศ. ๒๔๑๐  ( ร. ๔)    เสียดินแดนพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเขมรและเกาะ ๖ เกาะ แก่ฝรั่งเศส

พ.ศ. ๒๔๑๐  (ร.๔)   ประมาณว่า ยายจรูก อายุ ๙๐  ปี     ทำบุญฉลองพนม  นิมนต์พระ    วัด     ให้ทานด้วยมือของตนเอง เป็นเงินเหรียญ ถ้าคนท้องให้ ๒ เหรียญ

พ.ศ. ๒๔๑๑ ( ร.๔)      สวรรคต  เมื่อ  ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๑๑ 

พ.ศ. ๒๔๑๑ ( ร.๕ )    ร. ๕  ขึ้นครองราชย์   ดำเนินนโยบายเลิกทาส  เลิกทาสเป็นขั้นเป็นตอน  ลูกทาสไถ่ตนเองได้ง่ายขึ้น 

พ.ศ. ๒๔๑๔   ( ร.๕)    เปิดโรงเรียนทหารมหาดเล็ก

พ.ศ. ๒๔๑๕ ( ร.๕)   เปิดโรงรียนสตรีแห่งแรกในประเทศไทย  ชื่อ  โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง   พวกมิชชันนารี ตั้งโรงเรียนหลายแห่งในประเทศไทย

พ.ศ. ๒๔๑๗  (ร.๕)    ปรับปรุงการปกครองประเทศ  ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน  รัฐบาลได้ตัดสินใจเลิกขนบไพร่อย่างเด็ดขาด   ตรา พรบ.เกษียณอายุลูกทาสไทย

พ.ศ. ๒๔๑๗  (ร.๕)    ออก พรบ. กำหนดพิกัดเกษียณอายุลูกทาส  ออกกฎหมายเลิกทาสตามมณฑลต่าง ๆ   

พ.ศ. ๒๔๑๗  (ร.๕)   ใช้ธนบัตรเป็นเงินตรา ผลิตชนิด ๑ อัฐ 

พ.ศ. ๒๔๒๐  (ร.๕)   ประมาณว่า ยายจรูก อายุ ๑๐๐ ปี  เริ่มปล่อยทาสให้เป็นไท  แบ่งที่ดินทำกินให้

พ.ศ. ๒๔๒๒ ( ร.๒)  ยายอม   เกิด   ลูกยายไอ 

พ.ศ. ๒๔๒๓ ( ร.๕ ) รับสมัครพวกไพร่เข้าเป็นทหาร ได้รับเงินเดือน

พ.ศ. ๒๔๒๓ (ร.๕)  ตั้งวัดอมรินทราราม  ต.ตาเบา  อ.ปราสาท  จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๔๒๕ ( ร.๕) เปลี่ยนแปลงระบบไพร่  การประกาศรับสมัครทหาร  มีโรงเรียนทหาร มี พรบ.ทหารหลายฉบับ

พ.ศ. ๒๔๒๗ (ร.๕)  ตั้งโรงเรียนสำหรับราษฎรแห่งแรก ชื่อ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม

พ.ศ. ๒๕๓๐  (ร.๕)  ตาคลิม เกิด บ.แสรโอ

พ.ศ. ๒๔๓๑  ( ร. ๕)    เสียดินแดนพื้นที่แคว้นสิบสองจุไทย แก่ฝรั่งเศส

พ.ศ. ๒๔๓๔ (ร.๕)   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้รวบรวมหัวเมืองในเขตที่ราบสูงเป็น ๓ มณฑล คือ
                ๑. มณฑลลาวพวน                                มีเมืองหนองคาย                    เป็นที่ว่าการมณฑล
                ๒. เมืองลาวกาว                     มีเมืองนครจำปาศักดิ์             เป็นที่ว่าการมณฑล
                ๓. เมืองลาวกลาง                   มีเมืองนครราชสีมา               เป็นที่ว่าการมณฑล

ต่อมาเมื่อได้จัดหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาลทั่วทั้งพระราชอาณาเขต ได้เปลี่ยนนามมณฑลทั้ง ๓ เสียใหม่ คือมณฑลลาวพวน เป็นมณฑลอุดร   มณฑลลาวกาว เป็นมณฑลร้อยเอ็ด   มณฑลลาวกลางเป็นมณฑลนครราชสีมา  

พ.ศ. ๒๔๓๕ (ร.๕)   ยกเลิกการปกครองแบบ เวียง วัง คลัง นา  เป็นการปฏิรูปการปกครองเป็นส่วนกลาง และท้องถิ่น     การปกครองส่วนกลาง มี ๑๒ กระทรวง  การปกครองส่วนภูมิภาค เป็น หมู่บ้าน  ตำบล อำเภอ  เมือง และมณฑล     เจ้าเมืองมีอำนาจแต่งตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน    เมื่อ ๑ เมษายน ๒๔๓๕  และ ทดลองเลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ใหญ่บ้าน เลือกกำนัน ที่บางปะอิน

พ.ศ. ๒๔๓๖ (ร.๕)     ก่อตั้งมณฑลนครราชสีมา  มณฑลแรกแห่งสยาม  มีอาณาเขตถึง เมืองเพชรบูรณ์  เมืองหล่มสัก

พ.ศ. ๒๔๓๕  (ร.๕)   ประมาณว่า ยายจรูกเสียชีวิต  เมื่อายุ  ๑๑๕  ปี

พ.ศ. ๒๔๓๖  ( ร. ๕)    เสียดินแดนพื้นที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง แก่ฝรั่งเศส

พ.ศ. ๒๔๔๐ ( ร.๕)     ออก พรบ. การปกครองส่วนท้องที่  กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน โดยเสียงส่วนมากของราษฎร    ๑๐ หมู่บ้าน เป็น ๑ ตำบล  มีการจัดการความสะอาดเมืองคือสุขาภิบาลกรุงเทพฯ

พ.ศ. ๒๔๔๑ ( ร.๕)    เปลี่ยนมาตราเงินไทยเป็นสตางค์  (  ๔ ชนิด  คือ ๒๐ , ๑๐, ๕ , ๒/๑  สตางค์) 

พ.ศ. ๒๔๔๑  (ร.๕)   ตั้งวัดแสงบูรพา ต.สวาย  อ.เมือง  จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๔๔๒ ( ร.๕)   แยกมณฑลนครราชสีมา ประกอบด้วย เมืองนครราชสีมา   เมืองชัยภูมิ  เมืองบุรีรัมย์

พ.ศ. ๒๔๔๓  (ร.๕)   ก่อตั้งมณฑลอีสาน

พ.ศ. ๒๔๔๓ ( ร.๕)   ออก พรบ.ลักษณะทาสในมณฑลพายัพ

พ.ศ. ๒๔๔๕  (ร.๕)   ใช้ธนบัตร ชนิด ๕  บาท  ๑๐  บาท  ๒๐  บาท  ๑๐๐  บาท  ๑,๐๐๐  บาท

พ.ศ. ๒๔๔๖  ( ร. ๕)    เสียดินแดนพื้นที่ฝั่งขวา แก่ฝรั่งเศส

พ.ศ. ๒๔๔๗  ( ร.๕ )  ออก พรบ.ลดค่าตัวทาสมณฑลบูรพา

พ.ศ. ๒๔๔๘ (ร.๕)     ออก  พรบ. ลดค่าตัวทาส    เพื่อเลิกทาส ให้ใช้โดยทั่วไปอย่างเด็ดขาด

พ.ศ. ๒๔๔๘  (ร.๕)    จัดตั้งสุขาภิบาลแห่งแรกที่ท่าฉลอม

พ.ศ. ๒๔๔๘  (ร.๕)    ตรา พรบ. ลักษณะทหาร ร.ศ. ๑๒๔  ใช้

พ.ศ.๒๔๔๙ ( ร.๕)     จัดตั้งธนาคารแห่งแรก ที่ดำเนินการโดยคน   ชื่อ บุคคลัภย์

พ.ศ. ๒๔๔๙  ( ร. ๕)    เสียดินแดนพื้นที่จังหวัดพระตะบอง  เสียมราฐ  และศรีโสภณ แก่ฝรั่งเศส

พ.ศ. ๒๔๕๑  ( ร.๕)    เลิกใช้เงินพดด้วง 

พ.ศ. ๒๔๕๒  ( ร.๕)   เริ่มผลิตเหรียญบาทและเหรียญสลึงเป็นครั้งแรก

พ.ศ. ๒๔๕๒   (ร.๕)    สุขาภิบาล มี ๒ ประเภท คือ สุขาภิบาลเมือง และ สุขาภิบาลตำบล

พ.ศ. ๒๔๕๓   (ร.๕)    สวรรคต   เมื่อ    ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ 

พ.ศ. ๒๔๕๔   ( ร. ๖ )  เกิดกบฏ ร.ศ. ๑๓๐ 

พ.ศ. ๒๔๕๕    ( ร.๖ )   มณฑลอุบล  ประกอบด้วย  เมืองอุบลราชธานี   เมืองขุขันธ์   เมืองศรีสะเกษ  เมืองสุรินทร์

พ.ศ. ๒๔๕๕  ( ร.๖)      ประเทศไทยใช้นามสกุลเป็นครั้งแรก ตาม พรบ.ขนานนามสกุล

พ.ศ. ๒๔๕๗  ( ร.๖)    ออกพรบ. ลักษณะปกครองส่วนท้องที่   ให้ ๒๐ หมู่บ้านเป็น ๑  ตำบล

พ.ศ. ๒๔๕๘  (ร.๖)   จัดตั้งตำบลทุ่งมน เป็นเขตปกครองตำบลส่วนภูมิภาค    นายปริด    ศรีราม     เป็นกำนันคนแรก 

                                   ระหว่าง พ..๒๔๕๘    ๒๔๖๙

พ.ศ. ๒๔๕๘  ( ร.๖)    ตั้งคลังออมสิน  ตาม พรบ. ออมสิน

พ.ศ. ๒๔๖๐  (ร.๖)     น้ำท่วมใหญ่ ,ตั้งกรมรถไฟหลวง

พ.ศ. ๒๔๖๓ (ร.๖)      ฝนแล้งหนัก, ตั้งกรมอากาศยาน

พ.ศ. ๒๔๖๔ (ร.๖)    ตั้งวัดสุวรรณวิจิตร  ต.กังแอน  อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

พ.ศ. ๒๔๖๔ (ร.๖)   ตรา พรบ. ประถมศึกษา ขึ้นใช้  รับสมัครเด็ก อายุ ๗ ๑๔ ปี เข้าเรียน

พ.ศ. ๒๔๖๖ (ร.๖)   ยายแก้ว  โยประโคน ลูกตาคลิม  ยายเปลือย    เกิด  ณ บ.ตาเจียด

พ.ศ. ๒๔๖๗ (ร.๖)   ตั้งวัดอมรินทราวารี ( อังกัญโพธิ์) ต.โคกยาง อ.ปราสาท จ. สุรินทร์

พ.ศ. ๒๔๖๘  (ร.๖)    สวรรคต   ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๖๘ 

พ.ศ. ๒๔๖๘  (ร.๗)    ขึ้นครองราชย์   ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๖๘ 

พ.ศ. ๒๔๖๙  ( ร.๗)   การเพิ่มภาษี

พ.ศ. ๒๕๗๙  ( ร.๗)  กำนันคนที่    ของตำบลทุ่งมน  ชื่อ นายสบู่   ศรีราม   ..  ๒๔๖๙  ๒๔๘๐

พ.ศ. ๒๔๗๒ (ร.๗)     เศรษฐกิจโลกตกต่ำ

พ.ศ. ๒๔๗๕   ( ร.๗)  เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย

พ.ศ. ๒๔๗๕ (ร.๗)  หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้วได้ยกเลิกการจัดหัวเมืองมณฑล เทศาภิบาล และจัดใหม่เป็นภาคมณฑลนครราชสีมา เป็นภาคที่ ๘ มีหัวเมืองอยู่ในความปกครอง จังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีษะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งที่ว่าการอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา

พ.ศ. ๒๔๗๗ (ร.๘)   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ขึ้นครองราชย์  เมื่อวันที่    มีนาคม พ.ศ.  ๒๔๗๗

พ.ศ. ๒๔๘๐ ( ร.๘)  เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ 

พ.ศ. ๒๔๘๐  (ร.๘)  กำนันคนที่ ๓  ของตำบลทุ่งมน  ชื่อ นายกอย  สมใจเรา  ศรีราม   ..  ๒๔๘๐ ๒๔๙๔ 

พ.ศ. ๒๔๘๒  (ร.๘)  รัฐบาลเปลี่ยนจากประเทศสยามเป็นประเทศไทย สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม

พ.ศ. ๒๔๘๓ ( ร.๘)  รัฐบาลประกาศให้ วันที่ ๑ มกราคม  เป็นวันขึ้นปีใหม่

พ.ศ.๒๔๘๔  (ร.๘)   กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกในหลายจังหวัดของภาคกลาง     เมื่อ วันที่ ๘ ธันวาคม

พ.ศ. ๒๔๙๒ (ร.๘)    ตาคลิม ลูกยายทวดไอ ตาทวดมิง   เสียชีวิต  อายุ  ๖๐ กว่าปี    

พ.ศ. ๒๔๙๘  (ร.๘)   พระมหากษัตริย์  รัชกาลที่ ๘  เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๘

พ.ศ. ๒๔๙๘  (ร.๙)    พระมหากษัตริย์  รัชกาลที่ ๙ ขึ้นครองราชย์สมบัติ   เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๘

 

เกี่ยวกับ weerasadao

ทำงานสวัสดิการชุมชน
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ท่องเที่ยว คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s